Breaking News

อดีต กสทช. แนะคนไทยฉีดวัคซีนด่วน! ก่อนตกเป็นสเปรดเดอร์“ข่าวปลอม”

0 0

ปัญหาข่าวปลอมที่กำลังระบาดอยู่ทุกหนแห่งในเวลานี้ เป็นที่ทราบกันดีถึงผลกระทบที่ค่อยๆกัดกลืนกินสังคมไทยทุกวินาที  ความสงบสุขสามัคคีส่วนหนึ่งถูกกัดกร่อนไปเพราะข่าวปลอมจำเป็นที่คนไทยต้องหามาสร้างภูมิคุ้มกันไม่ต่างจาก โรคโควิด-19

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง โคแฟค ประเทศไทย (COFACT Thailand) และ อดีต กรรมการ กสทช. กล่าวถึง ปัญหาข่าวปลอมในสังคมไทย ว่า ในยุคนี้ทุกคนต้องช่วยกันทำหน้าที่เป็น Fact Checker หรือผู้ตรวจสอบข้อมูลข่าวปลอมในสังคม จากเดิมที่เป็นหน้าที่ของสื่อมวลชนในการตรวจสอบข่าวสาร ขยายความตามหาข้อเท็จจริงที่ถูกต้องโดยเฉพาะ ข่าวปลอมช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพราะอะไรที่เป็นข่าวครั้งแรกไม่ได้หมายความว่าจะจริงเสมอไป เพียงแต่อาจจะมีมูลที่สื่อต้องไปตามต่อ ซึ่งสื่อมวลชนเป็นหัวใจสำคัญจะต้องเช็กข้อมูลให้ถูกต้องก่อนและขยายความเพิ่มเติมให้ชัดเจน แต่ในยุคนี้หากรอสื่อเพียงอย่างเดียวคงไม่ทัน จำเป็นที่เราทุกคนต้องสร้างวัฒนธรรม ฉีดวัคซีน ข่าวปลอม ด้วยการทำหน้าที่เป็น Fact Checker

ซึ่งการตรวจเช็กข้อมูลถือเป็น“วัคซีนข่าวปลอม”เป็นหัวใจสำคัญที่จะได้รู้ว่าอะไรจริงหรือไม่จริง ดังนั้นก่อนเชื่อข้อมูลใดๆควรจะแสดงความเอะใจก่อนว่าจริงหรือไม่จริงอย่าเพิ่งเชื่ออะไรง่ายๆ ซึ่งการเอะใจไม่ได้หมายความว่าเป็นการมองโลกในแง่ร้าย แต่เป็นวัคซีนอย่างหนึ่งในการป้องกันข่าวปลอม เมื่อเอะใจแล้วก็ค่อยๆหาข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ หรือสื่ออื่นๆมาบาลานซ์กัน ว่ามีการรายงานข่าวตรงกันหรือไม่ ถ้ารายงานไม่ตรงกันแสดงว่ามีบางอย่างที่ยังไม่ชัดเจนของข้อมูล แต่หากทุกสำนักข่าวรายงานตรงกันก็พอที่จะเชื่อถือได้ 80%

หรือ หากยังไม่แน่ใจก็สามารถ ไปติดตามจากประเด็นถกเถียง ในโลกออนไลน์ อย่างเช่นในทวิตเตอร์ ที่จะมีการ โต้แย้งข้อมูลกัน ทำให้ได้เห็นข้อเท็จจริงในมุมต่างๆ ซึ่งจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันข่าวปลอมได้อย่างดี ส่วนตัวเชื่อว่า หากใครใช้ แพลตฟอร์มเปิดอย่างทวิตเตอร์ จะทำให้เกิดวัคซีนโดยอัตโนมัติในการสร้างภูมิคุ้มกัน ก่อนที่จะเชื่อข้อมูลใดๆ

น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ปัญหาข่าวปลอมในตอนนี้ คือแพลตฟอร์มปิดอย่างแอพพลิเคชั่น LINE เช่นใน LINEกลุ่ม ที่ยังมีวัฒนธรรมความเกรงใจ เพราะเป็นพื้นที่ที่คนรู้จักกันอยู่ร่วมกัน เมื่อมีการส่งข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเข้ามาก็ไม่มีใครกล้าตักเตือน ไม่มีใครกล้าโต้แย้งแบบในทวิตเตอร์ นอกจากจะไม่ตักเตือนแล้ว คนในกลุ่ม LINE ยังมีการส่งสติกเกอร์ขอบคุณ ให้กำลังใจ เข้าไปอีกด้วย กลายเป็นการสร้างวัฒนธรรม ที่ผิดๆ เกิดเป็น “สเปรดเดอร์ข่าวปลอม” ที่แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เปรียบเสมือนกับคนที่เป็น โควิด-19 แล้วไม่ใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน ข่าวลือและข่าวปลอมจึงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในหลายหลายกลุ่ม เกิดเป็นคลัสเตอร์ข่าวปลอมคลัสเตอร์ใหญ่ขึ้น

ซึ่ง COFACT Thailand มีแนวคิดออกแบบแพลตฟอร์มเว็บไซต์ ที่มีลักษณะคล้ายกับเว็บพันทิป โดยที่ทุกคนสามารถเข้าไปตั้งกระทู้คำถามได้ และคนที่มีความรู้ก็สามารถเข้าไปช่วยตอบคำถามได้ แต่การจะตอบคำถามได้ว่าข่าวดังกล่าวจริงหรือไม่จริงนั้นผู้ตอบต้องมีแหล่งอ้างอิง ที่มาของข้อมูลที่ใช้ตอบอย่างชัดเจน หากไม่มีต้องระบุให้ชัดว่าเป็นความเห็นส่วนบุคคล

ซึ่งเมื่อมีการตอบคำถามในกระทู้กันเกิดขึ้น จะส่งผลให้เมื่อมีผู้มาค้นหาในเรื่องดังกล่าว ก็จะมีข้อมูลยืนยัน ว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวจริงหรือไม่จริง เพื่อสร้างเป็นชุมชนในการตรวจสอบข่าวปลอมให้เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ นอกจากนี้ COFACT Thailand ยังมีเครื่องมือเครื่องตรวจสอบข่าวปลอมใน แอพพลิเคชั่น LINE ด้วย หากมีการส่งต่อข้อมูลใดใด สามารถส่ง ไปยัง [email protected] COFACT ที่จะมีการแจ้งข้อมูลตอบกลับอัตโนมัติ

น.ส.สุภิญญา กล่าวย้ำว่าวัคซีนข่าวปลอม คือ อย่าเพิ่งเชื่อ เช็กให้ชัวร์ก่อนที่จะแชร์ ซึ่ง ในหลักศาสนาต่างๆ ก็มีเรื่องของการค้นหาความจริง

Themirrornews 

About Post Author

Arm

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
แชร์เลย

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น